skip to Main Content
ขอต้อนรับเข้าสู่ บล็อกสุขภาพ : Health Blog 66-82-339-9047 Line ID: ciham35

การล้างพิษตับที่ศีรษะอโศก

การล้างพิษตับที่ศีรษะอโศก

ก่อนอื่นคงต้องกล่าวคำทักทายกันก่อน “สวัสดีปีใหม่ 2556 นะครับ” บทความนี้ถือว่าเป็นบทความแรกแห่งปีใหม่นี้เลยนะครับ ก็ขอนำเรื่องการล้างพิษตับมาให้ได้อ่านกันอีกครั้งนะครับเพราะช่วงก่อนปีใหม่ได้เดินทางไปยัง ชุมชนศีรษะอโศก ที่บ้านกระแซงใหญ่ ต.กระแซง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ มาและได้เข้าคอร์สล้างพิษตับ เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน จึงขอถือโอกาสนี้นำเรื่องราวการไปอบรมและผ่านโปรแกรมการล้างพิษตับนี้มาให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ หากผู้อ่านท่านใดได้เคยทำมาบ้างไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรือว่าผ่านการอบรมอะไรมา ก็นำมาแลกเปลี่ยนกันนะครับเพราะผมเองก็อาจจะมีประเด็นย่อยๆ อื่นๆ ที่ตกหล่นไปบ้างแต่คิดว่าภาพใหญ่ใจความสำคัญนั้นไม่น่าจะพลาด และท่านก็สามารถนำไปใช้ได้นะครับ มันดีจริงๆ…

สำหรับการเข้าค่ายล้างพิษตับของชุมชนชาวอโศกนี้เป็นหลักสูตรหรือวิธีการที่คิดค้นและริเริ่มโดยอาจารย์ขวัญดิน สิงห์คำและทีมงานหลักอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งหากคุณไปค้นหาคำว่า “ค่ายล้างพิษตับ” “โปรแกรมการล้างพิษตับ” “ล้างพิษตับ อ.ขวัญดิน” อะไรทำนองนี้คุณจะได้พบและเห็นหน้าคร่าตาของอาจารย์ท่านนี้แน่ๆ แต่หากถามว่าแล้วผมไม่มีรูปให้ดูเหรอ? แน่นอน…ผมมีครับ แต่ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนนะครับว่าผมเพียงแต่นำประสบการณ์การเข้าค่ายล้างพิษตับนี้มาแนะนำและบอกให้ท่านทราบเท่านั้น รายละเอียดต่างๆ หากไม่มีในบทความนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านสามารถหาได้จากแหล่งอื่นๆ ในอินเตอร์เน็ตแน่นอน เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

การเข้าค่ายในครั้งนี้ผมเดินทางไปถึงยังชุมชนศีรษะอโศกในเวลา 15.00 น.โดยประมาณ และเริ่มด้วยการลงทะเบียนและข้อมูลสุขภาพส่วนตัว อาทิ โรคประจำตัว (ถ้ามี) น้ำหนัก ส่วนสูง นอกนั้นก็เป็นเรื่องของรู้จักค่ายอย่างไร เคยมาหรือไม่ จากนั้นก็เดินชมบริเวณโดยรอบสักเล็กน้อย (ก็ตรงเฉพาะบริเวณที่ลงทะเบียนนั่นแหละครับ) จากนั้นก็ไปยังที่พักซึ่งทางชุมชมมีห้องแยกชาย-หญิง เราเพียงแต่ไปแจ้งความประสงค์เพื่อขอรับหมอน เสื่อ ผ้าห่ม แต่สำหรับผมอาจจะโชคดีสักหน่อยเพราะรู้จักญาติธรรม (อ่านว่า ญาด-ติ-ธรรม หรือ ญา-ติ-ธรรม)ที่อาศัยที่นั่นเลยหมดปัญหาเรื่องที่พักไป จากนั้นเวลา 17.00 น.ก็มีการปฐมนิเทศน์และการแบ่งกลุ่ม โดย อาจารย์ขวัญดิน สิงห์คำ ได้ออกมาพบกับพวกเราทีไปเข้าค่ายและได้อธิบายถึงกฏระเบียบปฏิบัติที่จำเป็นระหว่างที่พักอยู่ในค่ายแห่งนี้ สำหรับผมก็ได้ถูกบรรจุไว้ในกลุ่มเช่นกันแต่ว่า ผมไม่ค่อยได้ร่วมเท่าไรนักเพราะแยกตัวออกมาเพื่อศึกษาและเก็บภาพรวมถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาใช้เขียนบทความนี่แหละครับ (ข้ออ้างเปล่าเนี่ย?) 555+

วันรุ่งขึ้นก็เริ่มด้วยการแบ่งกลุ่มตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อาทิ การเตรียมหาฟืนเพิ่อต้มน้ำสมุนไพรสำหรับแช่มือแช่เท้า การเตรียมอาหาร การออกกำลังกาย การเก็บสมุนไพร ฯลฯ สำหรับผมก็ได้ไปเก็บภาพในห้องแช่มือแช่เท้ามาฝาก และก็ได้ร่วมกิจกรรมกะเขาด้วยเล็กน้อย โดยเริ่มแต่ 05.30 น. ให้ทำ Oil Pulling  ประมาณ 20 นาที โดยใช้น้ำมันมะพร้าว (สูตรของค่ายนะครับ) พอได้เวลาในการทานอาหารเช้าซึ่งสำหรับในค่ายการทานอาหารในแต่ละมื้อก็คือการทาน “ลิดท๊อกซ์ (Lidtox) วันละ 3 เวลา คือ 9.00 น. 12.00 น. และ 15.00 น. ซึ่งระหว่างวันก็สามารถทานน้ำสมุนไพร น้ำข้าวกล้องงอก หรือน้ำด่าง ควบคู่กันไปได้ครับ พอได้เวลาสายๆ ก็จะเข้าฟังบรรยายจากวิทยากรหลายๆ ท่าน และแน่นอนว่า อาจารย์ขวัญดิน ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

สำหรับการใช้ชีวิตในค่ายก็จะประมาณนี้อยู่ต่อเนื่อง 3 วัน และค่ำคืนของวันที่ 3 ในเวลา 22.00 น. ก็เป็นการเริ่มกระบวนการล้างพิษตับ โดยผู้เข้าอบรมจะได้ดื่มน้ำมันมะกอกผสมน้ำส้มและน้ำนาวในสัดส่วนที่กำหนดโดยประมาณไม่เกิน 300 ซีซี จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยทุกคนต้องเตรียมกระป๋องหรือถังน้ำขนาดย่อมๆ ไปคนละ 1 ใบ เพราะหลังจากนี้ตั้งแต่เวลา 02.00 น.อาจจะมีการเริ่มขับถ่ายแล้วในบางคน ก็จะได้เก็บไว้ในถังเพื่อวันรุ่งขึ้นจะมีพี่เลี้ยงมาช่วยให้คำแนะนำและบอกถึงลักษณะของที่ขับออกมาว่ามีผลอย่างไร

ล้างลำไส้ โดยใช้สมุนไพร

สรุปขั้นตอนการล้างพิษกันอีกครั้ง

1.อดอาหารเพื่อเตรียมการล้างลำไส้ หากมีอาการหิวให้ดื่มน้ำด่าง น้ำสมุนไพร

2.ล้างลำไส้ โดยใช้สมุนไพร (Lidtox) ในการขับถ่ายมูกเมือก ขับพิษในลำไส้ โดยการดีท็อกซ์ จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกค้างในลำไส้แล้ว

3.ในคืนของวันที่ 3 ให้ดื่มน้ำมันมะกอกที่ผสมน้ำส้มหรือน้ำมะนาว ในเวลา 22.00 น.และทำการสวนล้างด้วยการดีท๊อกซ์ออกในเวลาเช้าและสายของวันรุ่งขึ้น (ช่วงสายประมาณ 10.30 น.)

ขั้นตอนหรือสูตรในการล้างพิษนั้นมีหลากหลายวิธีสำหรับที่ค่ายนี้ไม่มีการนำดีเกลือมาใช้ในเวลา 18.00 น.และ 20.00 น. นั้นเพราะพบว่าที่ผ่านมามีผู้เข้ารับการอบรมบางท่านแพ้ดีเกลือและมีการอาเจียนออกมา จึงทำการยกเลิกการนำดีเกลือมาใช้ แต่เท่าที่ผมอ่านในอินเตอร์เน็ตนั้นก็ยังพบว่าหลายๆ ที่มีการนำดีเกลือมาใช้อยู่ (อันนี้แล้วแต่ความเหมาะสมนะครับว่าจะนำมาหรือไม่ เพราะหากถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเราแพ้ดีเกลือหรือไม่ ผมเองยังไม่เจอคำตอบนะครับ)

ผลข้างเคียงของการล้างตับ

ในช่วงแรกของการล้างตับนั้นคุณอาจจะรู้สึกเพลีย อันนี้เป็นเรื่องปกตินะครับไม่ต้องตกใจ ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ประมาณ 3 วันและพักผ่อนให้เพียงพอ จากนั้นทำดีท๊อกซ์เช้า-เย็น ประมาณ 7 วัน (ในส่วนนี้อาจจะต้องดูหรือสังเกตุตัวเองนะครับว่าไหวไหม? อย่าฝืน หากทำแล้วรู้สึกสบายก็ทำ ถ้าไม่ก็หยุดเลย ผมหมายถึงการทำดีท๊อกซ์เช้าเย็นน่ะครับ)

ถามว่าการล้างพิษตับนั้นต้องทำถี่บ่อยแค่ไหน อันนี้ต้องดูกำลังเราครับ อาจจะทำแบบสูตรสั้น 2 วัน หรือปรับเป็น 3 วัน 4 วัน 5 วัน แล้วแต่ความสะดวกและความแข็งแรงของร่างกายเราครับ สำหรับผมแล้วจะทำอย่างนี้ครับ สูตร 3 วันวัดผลเช้าวันที่ 4 (อีกสูตรหนึ่งหลังจากไปเข้าค่ายมาแล้ว อาจจะต่างกับที่พูดถึงการล้างตับบทความแรกเล็กน้อย)

อุปกรณ์ที่ต้องมีก่อนทำการล้างตับ

1.1) น้ำแอบเปิ้ล ขนาด 1 ลิตร จำนวน 3กล่อง หรือเตรียมน้ำข้าวกล้องงอกหรือที่เรียกว่าน้ำสมุนไพรนั่นเอง

1.2) ดีเกลือ 4 ช้อนชา

1.3) มะนาว 3-6 ลูก, ส้ม 3-5 ผล

1.4) ผงลิดท๊อกซ์ (Lidtox) 1 ซอง ปกติจำหน่ายในท้องตลาดจะเป็นขนาด 50 กรัม

1.5) น้ำมันงาหีบเย็นหรือน้ำมันมะกอกหีบเย็นขนาด 150 มก. จำนวน 1 ขวด

ขั้นตอนการล้าง

ช่วง 1-3 วันแรก  ระหว่างวันให้ดื่มน้ำแอบเปิ้ล น้ำข้าวกล้องงอก น้ำสมุนไพร ได้เรื่อยๆ เมื่อรู้สึกหิวหรือเพลีย

05.00-09.00 ตื่นนอน ออกกำลังกายประมาณ 30 นาที ระหว่างเวลานี้ให้ดื่มน้ำสมุนไพร น้ำข้าวกล้องงอก ให้ได้ 5 แก้ว และทำดีท๊อกซ์

09.00 น. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำมะขามที่ผสม Lidtox 1/2 ช้อนโต๊ะ

12.00 น. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำมะขามที่ผสม Lidtox 1/2 ช้อนโต๊ะ

15.00 น. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำมะขามที่ผสม Lidtox 1/2 ช้อนโต๊ะ

หมายเหตุ ระหว่างเวลาในแต่ละช่วงคุณก็ทำงาน ทำกิจวัตรของคุณตามปกติ สิ่งที่ต้องเข้มงวดก็คือ งดอาหารอื่นๆ ทุกชนิด ทานได้แต่เพียงน้ำแอบเปิ้ล น้ำสมุนไพร หรือน้ำข้าวกล้องงอก เท่านั้น

หลังเวลา 15.00 น.ของวันที่ 3 ให้งดการดื่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำแอบเปิ้ล ทำได้เพียงจิบน้ำพอประมาณ

18.00 น. นำดีเกลือ 1 ช้อนชาผสมน้ำอุ่นดื่ม (แนะนำให้ฝานมะนาวบางๆ จิ้มเกลือและวางไว้ที่ลิ้น จะทำให้ดื่มดีเกลือได้สะดวกขึ้น)

20.00 น. นำดีเกลือ 1 ช้อนชาผสมน้ำอุ่นดื่มอีกรอบ

22.00 น. นำน้ำมันมะกอก (สำหรับผมใช้น้ำมันงาหีบเย็น) จำนวน 100-125 cc , น้ำมะนาว 75 cc และน้ำส้ม 75 cc มาผสมกัน โดยอาจจะใส่ขวดที่จะสามารถดื่มได้สะดวก แล้วเขย่าให้เข้ากัน จากนั้นโดยให้ยืนดื่ม ตั้งคอให้ตรง แล้วกลั้นใจดื่มให้หมดในคราวเดียว (เพราะคุณอาจจะรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับความพยายามที่เราทำกันมา) และอาจจะยกแขนขึ้นให้สุดพร้อมสูดลมหายใจลึกๆ อาการอาเจียนจะทุเลาลงได้เอง

หลังจากคุณดื่มน้ำล้างพิษตับสูตรนี้ไปแล้ว ให้รอสักพักอาจจะ 10-15 นาทีก็ได้แล้วจึงค่อยเข้านอนหรืออาจจะนั่งเอนหลังให้หัวอยู่สูง หากรู้สึกปกติไม่เป็นอะไรและจะเข้านอนก็ให้นอนตัวตรงอย่างอตัว เพื่อให้ร่างกายได้สมดุลในการล้างพิษเพราะมีผลต่อท่อน้ำดีที่จะขับพิษออกมา และเริ่มสังเกตุของเสียที่จะออกมาตั้งแต่เวลา 02.00 น.

1. สิ่งที่ลอยอยู่ข้างบน คือ ไขมันจากตับและนิ่วจากถุงน้ำดี ไขมันจากตับจะมีสีเหลือง สีเขียว สีดำ ก้อนขรุขระ หรือเป็นน้ำสีดำ สีเหลือง สีเทา มันติดมือ  ล้างไม่ออก ต้องใช้น้ำยาล้างจาน หรือสบู่ล้างหลายๆครั้ง
2. สิ่งที่ลอยอยู่ตรงกลาง จะเป็นเซลล์มะเร็ง มีลักษณะเหมือนเห็ดหูหนูขาว
3. สิ่งที่อยู่ล่างสุด
คือเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ

4. หากดูลักษณะนิ่วจากถุงน้ำดี จะมีสีเขียว เหลือง ดำ ก้อนค่อนข้างกลม

เช้าวันที่ 4 ตามหลักสูตร 3 วัน วัดผลวันที่ 4 ของผมนั้น ก็ให้คุณดื่มดีเกลือผสมน้ำอุ่นอีก 2 เวลา คือเวลา 06.00 น. และ 08.00 น. ครั้งละ 1 ช้อนชาเหมือนเดิม จากนั้นเวลา 10.30 น.ทำการสวนล้างลำไส้อีกครั้งเป็นอันจบพิธี และจากนี้ก็ทานอาหารอ่อนๆ ต่อเนื่องประมาณ 3 วัน จึงเริ่มทานอาหารตามปกติ แต่มีข้อแนะนำอย่างหนึ่งคือ ควรลดอาหารทอด อาหารมัน เนื้อสัตว์ และหันไปทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น และเพื่อให้เห็นผลมากขึ้นควรทำการล้างตับต่อเนื่องอีก 6 ครั้งห่างกันทุก 1 เดือน รวม 7 ครั้งและสังเกตุของเสียที่ขับออกมาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ถ่ายรูปในแต่ละครั้งไว้ก็จะดีนะครับ ของๆ คุณเองไม่ต้องไปรังเกียจเลยนะจ๊ะ จะบอกให้ ท้ายนี้ก็หวังว่าจะพอให้ท่านทั้งหลายได้เห็นภาพรวมโดยคร่าวๆ นะครับ แต่จะไม่เห็นผลใดๆ เลย หากท่านไม่ทำด้วยตัวท่านเอง! โชคดี ไม่เจ็บ ไม่จน สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะครับ

“สุขภาพที่ดี ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน ต้องเริ่มที่ตัวท่านเอง”

This Post Has 49 Comments
    1. ตอบ:คุณ Honey
      ครับผม แนะนำว่าให้ทำช่วงวันหยุดครับโดยอาจจะเริ่มเย็นวันศุกร์และไปจบวันอาทิตย์ หรือทำวันเสาร์และจบวันอาทิตย์ ซึ่งเรียกว่าสูตรสั้น

      1. การทำดีท็อควันสุดท้ายตอน10.30 น. ต้องใช้น้ำอะไรทำค่ะต้องเป็นกาแฟบริสุทธิ์หรือเปล่าค่ะหรือเป็นน้ำธรรมดาก็ได้

        1. ตอบคุณ ladda.the,
          ใช้อะไรก็ได้ครับ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงเพื่อต้องการช่วยในการขับสิ่งตกค้างเท่านั้น

  1. ถ้าสนใจจะเข้าร่วมกิจกรรมด้วยสามารถติดต่อได้ช่องทางไหนบ้างคะ

    สนใจมากค่ะ

    1. ตอบ:Khun Kanphitcha
      เห็นว่าจะมีคอร์สวันที่ 21 มีนาคม ที่จะถึงนี้น่ะครับลองโทรไปถามดูนะครับไม่แน่ใจว่าตอนนี้เต็มหรือยังโทรไปที่เบอร์นี้นะครับ 085-169-6963, 087-327-4681 เบอร์ที่ผมให้นี้เป็นเบอร์ที่บ้านยาเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะโอนสายให้คุยกับผู้ดูแลเรื่องการจัดคอร์สเอง

  2. ขอบคุณมากค่ะ เพิ่งได้เข้ามาดู เสียดายจังผ่านมาแล้ว
    ยังไงจะลองโทรไปติดต่ออีกนะคะ เผื่อมีรอบหน้า

  3. มาจากคนค้นตนค่ะ อยากรู้ว่าจะซื้อน้ำลิดท๊อกซ์ได้ที่ไหนคะ ขอบคุณค่ะ

    1. ตอบคุณลั้ง
      ก่อนอื่นต้องบอกว่าลิดท๊อกซ์เป็นผงนะครับ เพียงแต่เวลาทานต้องผสมน้ำเล็กน้อย เมื่อดื่มเสร็จก็ดื่มน้ำตามไปอีกสักหน่อยพออื่ม ผมเองก็มีจำหน่ายครับ 50 กรัม 100 บ.(พร้อมดีเกลือสำหรับทำใน 1 รอบการล้างพิษตับ)

  4. มีค่าใช้จ่ายในการทำเท่าไหร่ครับ ถ้าหากจะทำระยะสั้นเสาร์ อาทิตย์ได้หรือไม่ิพราะอยู่กทม

    1. น่าจะประมาณ 250 บ.นะครับ แบ่งเป็นน้ำแอปเปิ้ล 100% 1 กล่อง (ประมาณ 79 บ.ในห้างทั่วไป) น้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอกขนาด 200 ซีซี (ประมาณ 150 บ.ถ้าซื้อจากผม 555+ แอบขายของเล็กๆ อันนี้แนะนำครับหากคุณสะดวกที่ไหนก็ตามสะดวกครับ) และดีเกลืออีกประมาณ 10 บ.โดยเริ่มจาก
      เช้าวันเสาร์ เวลาหิวก็ให้ดื่มน้ำแอปเปิ้ลได้เป็นระยะจนถึงเวลาบ่าย 3 โมงเย็น จริงๆ อาจจะใช้อย่างอื่นได้ เช่น น้ำสัปปะรดแยกกากแล้ว, น้ำมะละกอดิบ, น้ำมะขามผสมน้ำผึ้ง หรือจะเป็นน้ำอ้อยผสมน้ำมะนาว แต่ผมมองว่าน้ำแอปเปิ้ลหาง่ายสุดครับตามซุปเปอร์ต่างๆ จากนั้น 3 โมงเย็นเป็นต้นไปดื่มแต่น้ำเปล่า จิบๆ พอนะครับ
      18.00 ผสมดีเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่นดื่ม
      20.00 ดื่มดีเกลือผสมน้ำอุ่นอีกรอบ
      22.00 นำน้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอก 100-120cc ผสมน้ำมะนาว 75cc และน้ำส้ม 75cc เขย่าให้เข้ากันและดื่ม
      เช้าวันอาทิตย์
      7.00 น.และ 8.00 น.ดิ่มดีเกลือที่ผสมน้ำอุ่นอีกครั้งละรอบ ส่วนปริมาณดีเกลือที่ใช้เท่ากันกับที่ใช้ในวันแรกครับ
      10.30 น. ทำดีท๊อกซ์อีกรอบเพื่อขับพิษหรือเศษของเสียที่อาจจะตกค้างจากเมื่อคืนอีกครั้ง
      หลังจากนี้อาจจะต้องทานอาหารอ่อนๆ และไม่ทานรสจัด เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูได้เร็วขึ้นสัก 2-3 วันนะครับ

  5. ขอสมัครเป็นสมาชิกด้วยนะคะ

    1. ยินดีครับคุณนลิน หากมีอะไรดีๆ ก็มาแชร์กันได้นะครับ

  6. ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับบทความดี ๆ และมีประโยชน์ ขอบคุณในความเสียสละและการให้

    1. ตอบ: คุณ kangkai
      ยินดีเสมอครับและดีใจที่บทความในบล็อกแห่งนี้มีประโยชน์กับทั้งคุณเองรวมถึงคนอื่นๆ ที่ได้แวะเวียนกันเข้ามา

      1. ค่าใช้จ่ายถ้าไปเข้าที่นั้นมีค่าใช้จ่ายเท่าไรค่ะ

        1. ตอบคุณเพน
          ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าคอร์สที่ศรีษะอโศกครับ แต่ที่เราพอจะทราบๆ กันประมาณ 400 บ.นั้น เป็นจำนวนเงินเพื่อให้สะดวกในการจัดเตรียมอุปกรณ์เท่านั้นครับ เพราะที่ศรีษะอโศกเน้นเรื่องการแบ่งปันและอยู่กันอย่างเป็นชุมชนที่พอเพียง และช่วยเหลือกันมากกว่าครับ

  7. อยากได้ สูตรล้างส่วนบนอ่ะครับ ที่ทำให้อ้วก อ่ะครับ

    ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

    1. ตอบ: คุณบอส
      สำหรับสูตรหรือวิธีการล้างลำไส้ส่วนบนนั้น ผมยังไม่ค่อยแน่ใจนะครับว่าวิธีไหนจะเหมาะ อย่างไรจะลองค้นคว้าหาข้อมูลมาให้นะครับ

  8. ได้ดูจากรายการคนค้นตนค่ะ
    1) ถ้าจะทำด้วยตัวเองตามวิธีข้างต้น สามารถทำได้เลยหรือไม่คะ
    2) ถ้าทำได้ จะถามรายละเอียดเกี่ยวกับการสวนทวาร (เคยทำ 2 ครั้ง ตอนนั้นทำตามชีวจิตของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง) ไม่ทราบว่าเหมือนกันไหม
    3) น้ำมันมะกอกซื้อตามห้างรึเปล่าคะ

    ขอบคุณมากค่ะที่ให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์กับอีกหลายคน

    1. ตอบคุณ Chanchai
      1.ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมยังไม่ได้ดูเทปนั้นของรายการคนค้นคนเลยครับ จึงตอบไม่ได้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ในความเห็นของผม คุณสามารถทำได้ทุกเมื่อที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะสูตร 5 วัน หรือ 3 วัน แนะนำว่าก่อนทำควรลดอาหารทอดหรืออาหารมันก็จะดีครับ
      2.การสวนทวาร ทำเพื่อช่วยล้างเศษอาหารที่ตกค้าง เป็นการช่วยให้การล้างพิษตับเห็นผลมากขึ้น โดยทำการสวนทวารในช่วงวันแรกๆ ก่อนจะดื่มน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันงาที่ผสมน้ำส้มและน้ำมะนาวในช่วงวันท้ายๆ ของการเข้าคอร์ส และอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเมื่อมีการขับของเสียออกมาแล้ว
      3.น้ำมันมะกอกหาซื้อได้ตามห้างทั่วไปครับ แนะนำว่าเป็น Extra Virgin Olive Oil ราคาประมาณ 450 บ. ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ

  9. อยากทราบว่าที่เปิดล้างพิษตับ อ.ขวัญดิน ที่จ.ปทุมธานี เป็นโครงการเดียวกันหรือเปล่าคะ
    ขอบคุณมาล่วงหน้าคะ เพราะสนใจอยู่

    1. สำหรับเรื่องนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ แต่ในแต่ละแห่งก็จะมีวิธีการหรือแนวทางของตัวเองน่ะครับ ลองติดต่อสอบถามแต่ละที่ที่เปิดจัดคอร์สดูอีกทีนะครับ

  10. อยากทราบว่า อาการเหงื่อออกมาก หลังการทำ Detox ผิดปกติหรือไม่คะ เป็นผลดี หรือผลเสียอย่างไรบ้าง เพราะว่าก่อนที่จะทำการล้างพิษ ปกติจะเป็นคนเหงื่อออกน้อยมาก ไม่ว่าจะออกกำัลังกาย ทำงานบ้านก็แล้วแต่ แต่หลังจากล้างพิษได้ครั้งที่ 4 ครั้งนี้จะมีเหงื่อออกมาก ขนาดเหงื่อหยดท่วมตัวเลยค่ะ เลยกังวลว่า มีดี หรือไม่ดีต่อร่างกายกันแน่ค่ะ แล้วอาการเหงื่อออกเยอะขนาดนี้จะหายไปไหมคะ

    1. ตอบ:คุณทราย
      ในความเห็นผม ไม่น่าจะอันตรายหรือผิดปกติอะไรนะครับ

      ประเด็นแรก การที่คุณไม่มีเหงื่อออกเลยหรือออกน้อยมากแม้จะทำกิจกรรมอย่างที่บอกมานั้น นั่นย่อมไม่ดีนักเพราะโดยทั่วไปร่างกายจะพยายามหาทางระบายความร้อนในร่างกายออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาทิ ทางปัสสาวะ ทางเหงื่อ คุณอาจจะสังเกตุจากความร้อนในร่างกายก็ได้ครับ ที่เราๆ เรียกว่า “ร้อนใน” น่ะครับหรือการที่มีแผลในปากบริเวณกระพุ้งแก้มหรือเพดานในช่องปาก เป็นต้น

      ประเด็นต่อมาเมื่อคุณทำมาจนถึงครั้งที่ 4 แล้วเริ่มมีเหงื่อออกมากขึ้น นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ร่างกายคุณเริ่มทำงานได้ดีขึ้นเพราะอาจจะมีพิษสะสมอยู่ในปริมาณหนึ่งในช่วงแรกๆ ของการทำ ในครั้งนี้เมื่อพิษที่สะสมเริ่มลดลงจึงสามารถขับออกมาทางเหงื่อได้มากกว่าปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องสังเกตุตัวเองด้วยนะครับว่ามีอาการแปลกๆ หรือผิดปกติอะไรอย่างอื่นหรือไม่ที่จะส่งผลในทางไม่ดีกับตัวคุณ ก็ควรเลี่ยงหรืองดการล้างพิษไปก่อนและควรไปพบแพทย์สำหรับอาการที่พบเจอนะครับ

  11. อยากทราบว่าคนที่เป็นโรคไตถึงขั้นต้องไปล้างไตสามารถไปทำได้ไหมค่ะ

    1. ตอบ:คุณบดีวรรณ
      ไม่แนะนำให้ทำนะครับ เพราะดีเกลือและน้ำมันจะมีผลต่อการทำงานของไต ทำให้ต้องทำงานหนักซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยหรือมีอาการเกี่ยวเนื่องกับไต ควรล้างหรือถอนพิษด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น การกัวซา การสวนล้างลำไส้ด้วยการทานลิดท๊อกซ์หรือไซเลียมฮัสค์ (Psyllium Husk) ถ้าสะกดภาษาไทยผิดต้องขออภัยนะครับ โดยทั้งสองแบบนี้มีลักษณะเป็นผง หากจะดื่มให้นำมาผสมน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิปกติ ส่วนขนาดรับประทานดูได้จากข้างบรรจุภัณฑ์ที่คุณซื้อมาได้ครับ โดยมีจำหน่ายในร้านอาหารเพื่อสุขภาพทั่วไปครับ นอกจากนี้ก็อาจจะทำน้ำไว้ดื่มเองด้วยก็ดีครับเรียกว่า “น้ำแดดเดียว” โดยการนำน้ำสะอาด หรือกรองน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่เราใช้กันอยู่นี่แหละครับ และนำบรรจุในขวดแก้วใส (ขวดกลม) ขนาดเท่าขวดเหล้าทั่วไป และนำไปตากกลางแดด 1 วันเป็นอย่างน้อยโดยวางขวดเอียงประมาณ 45 องศา แล้วดื่มหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ก็จะช่วยเรื่องการขับถ่ายอีกทั้งยังเป็นการล้างลำไส้ได้อีกทางหนึ่งครับ

  12. ขอเบอร์โทรศัพท์ หรือ ช่องทางในการสั่งซื้อ ลิดดีท็อกซ์หน่อยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    1. ตอบ:คุณเดียร์
      ผมให้เบอร์โทรของบ้านยาที่ศรีษะอโศกนะครับ 087-3274681 สำหรับทางผมเองก็มีจำหน่ายครับขนาด 50 กรัมพร้อมดีเกลือ 1 ซองซึ่งจะพอดีกับการล้างพิษ 1 ครั้ง/3 วัน สะดวกแบบไหนลองพิจารณาครับ

  13. ขอซื้อต่อทางคุณดีกว่าค่ะ นะคะต้องทำอย่างไรบ้างคะ

    1. ตอบ:คุณเดียร์
      สำหรับลิดท๊อกซ์ที่ผมจำหน่ายชุดละ 100 บ.ครับโดยในแต่ละชุดจะมี ลิดท๊อกซ์ 50 กรัมและดีเกลือ 1 ซอง(4 ช้อนชา) สำหรับทำการล้างพิษ 1 ครั้ง/3 วัน ค่าจัดส่ง 35 บ.และแจ้งการชำระเงินตามรายละเอียด http://www.chaiidentity.com/order-and-payment และผมจะรีบส่งให้ครับ
      ขอบคุณครับและได้ผมอย่างไรก็มาแชร์กันได้นะครับ เพื่อนๆท่านอื่นๆ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันด้วยและผมหวังว่าบล็อกแห่งนี้จะสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อ่านได้อีกทางหนึ่งอีกทั้งเป็นเหมือนสังคมแห่งการแบ่งปันกัน สามารถมาพูดคุยกันได้ครับว่าแต่ละท่านเป็นอย่างไรแล้ว

  14. ๑ อยากทราบว่าการดื่มนำ้มันมะกอกแล้วต้องทำอะไรบ้างก่อนจะนอนเช่นการเดินนานเท่าไรค่ะขอบคุณในคำตอบค่ะและมีผลอย่างไร
    ๒ การดื่มนำ้มันมะก๊อกครั้งที่ ๒ ควรจะดื่มตอนไหนและทำอย่างบ้างในวันนั้น

  15. น้ำมันมะกอกถ้าเป็นแบบไม่สกัดเย็นจะมีผลอย่างไรบ้าง ซื้อมาแบบExtra Virgin Olive Oil แบบผ่านกรรมวิธี แล้วเกลือดำจำเป็นไหมครับ

  16. สำหรับคนที่แพ้ไอโอดีน จะทานดีเกลือได้ไหมค่ะ และถ้าไม่ได้จะทานอะไรแทนค่ะ

    1. สวัสดีครับคุณ Witchuta
      สำหรับกรณีของคุณนั้น สามารถทานได้ครับ แต่หากไม่มั่นใจผมเสนอทางเลือกให้ 2 ทางครับ
      1.ทานแต่เพียงเล็กน้อยหรือครึ่งหนึ่งจากปริมาณที่ต้องใช้ปกติก่อน แล้วสังเกตุว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เพราะดีเกลือเป็นเกลือที่ได้จากธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ไอโอดีนเป็นการสังเคราะห์ขึ้นเพื่อเติมในอาหารสำหรับคนที่ขาดสารอาหารในกลุ่มนี้
      2.งดการใช้ดีเกลือในขั้นตอนของการล้างพิษตับไปเลย โดยข้ามขั้นตอนการดื่มดีเกลือผสมน้ำอุ่นในเวลา 18.00 และ 20.00 น. และเวลา 22.00 ก็ดื่มน้ำมันงาผสมน้ำมะนาวและน้ำผึ้งได้เลย

      หมายเหตุ… ผมไม่ใช่หมอหรือเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ยาหรือสารอาหารใดๆ เป็นพิเศษ ดังนั้นควรปรับและเปลี่ยนแปลงขั้นตอนบางอย่างเพื่อตัวของคุณเองด้วยเพื่อความปลอดภัย ผมเป็นแต่เพียงนำเสนอสิ่งที่ผมได้ไปเรียนรู้มาเท่านั้น หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมประการใดเกี่ยวกับการใช้ยาผมรบกวนให้คุณปรึกษาคุณหมอหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

  17. เรียน Mr. Chai

    ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆ และตอบได้ดีมาก
    กำลังจะเปิดคอร์สล้างพิษตับเองที่กทม.
    อยากเชิญ มาร่วมงามด้วย เป็นผู้บรรยาย
    หรือช่วยแนะนำผู้มีความสามารถ
    ตอบกลับได้ทางอีเมล์ chuti000@yahoo.com

    ขอบคุณค่ะ
    ชุติมา

  18. […] เกิดไขมันสะสมที่ตับ (แล้วก็มาล้างพิษตับกันอีกเสียทั้งเวลาและสุขภาพ) […]

  19. อยากทราบรายละเอียดการเดินทางจาก กทม. ไปที่ค่ายล้างพิษค่ะ และค่าใช้จ่ายค่ะ

  20. อดอาหารก่อน ทรมานหลายวัน น้ำอัลคาไลน์ ช่วยได้ไม่เพลีย แต่มีหน้ามืด ให้เคี้ยวแอปเปิ้ล แล้วคายกากทิ้ง คนเป็นกรดไหลย้อน ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป อาการเปรี้ยวปาก ขมปากหายสนิท ทำการล้างพิษตับ ของ อ.ขวัญดิน ถูกต้องที่สุด หลังจากดีท็อกซ์แล้วเบาสบายตัว ท้องโล่ง ไม่แสบ ไม่ปวด ไม่มีอาการจุกอก เสียดอีกต่อไป ลองมาแล้ว ทำด้วยตนเอง ซื้อของมาทำ ที่ต้องซื้อ น้ำมันมะพร้าว ดีเกลือ น้ำมันมะกอก น้ำอัลคาไลน์ แอปเปิ้ล มะนาว ผงข้าวกล้องงอก หมดไป 1000 บาทโดยประมาณ และ ใจที่อดทน และ เวลา ที่มีค่า เสียสละมันซะ ทำเลย อย่ารีรอ เพื่อสุขภาพ

      1. ตอบคุณส้ม,
        ใช้น้ำรางจืดที่ทำเป็นชาสำเร็จรูป, น้ำย่านางสกัดหรือแบบคั้นสดก็ได้ ปริมาณ 300 ซีซีโดยประมาณนะครับ และผสมกับน้ำที่เราอาบปกตินี่แหละครับ

  21. ถ้าไม่เคยเข้าคอสล้างพิษ…ซื้อมาทำตามวิธีที่คุณบอกได้หรือป่าวคะ

    1. ตอบคุณนิ๋ง
      1.เรื่องการเข้าคอร์สล้างพิษนั้นสามารถทำได้ครับและคำตอบสำหรับอีกข้อที่ถามมานั้น ผมว่าควรทำก่อนเป็นอันดับแรกเลยครับ
      2.กรณีขับถ่ายอาทิตย์ละครั้ง อันนี้ไม่ดีครับควรแก้ไขที่จุดนี้ก่อนแล้วค่อยไปเรื่องการล้างพิษ
      2.1)โดยแนะนำให้ทำการสวนล้างลำไส้ก่อนครับ คุณนิ๋งไปตามร้านอาหารเพิ่อสุขภาพนะครับแล้วไปหาซื้อสายดีท๊อกซ์และน้ำสมุนไพรหรือชาสมุนไพร แนะนำให้เป็นชามะละกอจะยิ่งดีครับเพราะจะมีฤทธิ์ในการระบาย อ้อ…และเลิกการใช้ยาระบายก่อนนะครับ หากใช้อยู่หรือคิดจะใช้เพราะหากทานไปนานๆ ต่อเนื่องจะทำให้ลำไส้เคยชินและไม่สามารถบีบรัดตัวเองได้อย่างปกติธรรมชาติ และทำทุกวันๆละ 1 ครั้งต่อเนื่อง 1 สัปดาห์แล้วลองดูว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นหรือไม่แล้วค่อยเข้าคอร์สล้างพิษ
      2.2)หากทำการสวนล้างลำไส้ด้วยวิธีการดีท๊อกซ์ไม่ได้หรือกล้าๆ กลัวๆ (อันนี้เป็นได้ครับสำหรับมือใหม่) ก็หายาระดมพล มาทานเพื่อขับของเสียออกไปให้มากที่สุด เท่าที่รู้สึกสบาย ย้ำรู้สึกสบายนะครับ อย่าหักโหมเดี๋ยวจะเพลียเกินไป

  22. อีกอย่างไม่ค่อยขับถ่สยค่ะ..บางที 7 วันครั้ง..15 วันครั้งค่ะ..ต้องเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ

    1. สวัสดีครับคุณ phont,
      โทรไปที่เบอร์นี้นะครับ 085-169-6963, 087-327-4681 แล้วถามเรื่องการเข้าคอร์สดูว่ามีจัดอีกเมื่อไร

  23. รบกวนถามหน่อยนะครับ
    ขวด detox พลาสติก สามารถ ทนน้ำด่างได้ไหมครับ
    ใช้ น้าด่าง ph 11 ใส่ในขวด ดีท๊อกซ์ พลาสติก
    แล้ว ก็ สายยางด้วย สามารถ ทนน้ำด่าง ph 11
    ได้ไหมครับ
    หรือ ควรใช้ ขวด สแตนเลส แต่ก็ ยังมีสายยางอยู่ดี

    ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top